ประชาสัมพันธ์การยื่นแบบและชำระภาษี ประจำปี 2562 ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ยื่นแบบชำระภาษี ตั้งแต่เดือน มกราคม- สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ภาษีป้าย ยื่นแบบและชำระภาษี เดือนมกราคม - มีนาคม 2562 ภาษีบำรุงท้องที่ ยืนแบบชำระภาษี เดือนมกราคม - เมษายน 2562
 
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเทศบาล
รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ
ยุทธศาสตร์การพัฒนา
ฝ่ายบริหาร
สภาเทศบาล
ผู้บริหารเทศบาล
สารจากนายกเทศมนตรี
สารจากประธานสภา
สารจากปลัดเทศบาล
ข้อมูลส่วนงานราชการ
สำนักปลัดเทศบาล
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
ศจค.น้ำแพร่พัฒนา
แผนพัฒนาท้องถิ่น
แผนดำเนินงาน
ผลการปฏิบัติงานประจำปี
งานกิจการสภาฯ
ประกาศ
รายงานการประชุมสภาฯ
เทศบัญญัติเทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนา
แผนบริหารความต่อเนื่องในองค์การ
แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
งานภาษี
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
ภาษีป้าย
ภาษีบำรุงท้องที่
รายงานแสดงฐานะการเงิน
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดเอกสารสำนักปลัด
ดาวน์โหลดเอกสารกองคลัง
ดาวน์โหลดเอกสารกองช่าง
ดาวน์โหลดเอกสารกองการศึกษา
แบบประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานส่วนท้องถิ่น
โลโกเทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนา
แหล่งเรียนรู้ตำบลน้ำแพร่
1. ระบบการบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม
2. ระบบสุขภาพชุมชน
3. ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
4. ระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
5. ระบบการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
6. ระบบภูมิปัญญาท้องถิ่น
7. ระบบเศรษฐกิจชุมชน
8. ระบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการจัดสวัสดิการสังคมฯ
ร้านอาหารในตำบลน้ำแพร่
งานสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนา
คู่มือประชาชน
นโยบายคุณธรรมจริยธรรมของพนักงานเทศบาลฯ
แนวทางการปฏิบัติ เพื่อยกระดับการประเมินคุณธรรมฯ
คู่มือส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความโปร่งใส
เจตนารมณ์การป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
ข้อบังคับเทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนาฯ
นโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี
แผนการเสริมสร้างวินัยคุณธรรม-จริยธรรมฯ
ประกาศแสดงเจตจำนงสุจริต เสริมสร้างคุณธรรมฯ
นโยบายการป้องกันการทุจริต
แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต
องค์กรแห่งการเรียนรู้
การจัดการความรู้ (Knowledge Management:KM)
คำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการจัดองค์ความรู้ในองค์กร
รายงานการประชุมคณะกรรมการจัดองค์ความรู้ในองค์กร
แผนการจัดการความรู้ (Knowledge Management)
งานการเจ้าหน้าที่
แผนพัฒนาบุคลากรเทศบาล 3 ปี
แผนอัตรากำลัง 3 ปี
มาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมสำหรับพนักงานเทศบาลฯ
แผนเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ
หลักเกณฑ์การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
รายงานผลการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลประจำปี
แผ่นพับศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ ทต.น้ำแพร่พัฒนา
มาตรฐานการบริหารและการบริการสาธารณะ
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ (อพ.สธ.)
ข้อมูลทั่วไป อพ.สธ.
การสนองพระราชดำริ อพ.สธ.ตำบลน้ำแพร่
งานที่ 1 งานปกปักทรัพยากรท้องถิ่น
งานที่ 2 งานสำรวจเก็บรวบรวมทรัพยากรท้องถิ่น
งานที่ 3 งานปลูกรักษาทรัพยากรท้องถิ่น
งานที่ 4 งานอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรท้องถิ่น
งานที่ 5 งานศูนย์ข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่น
งานที่ 6 งานสนับสนุนการอนุรักษ์และจัดทำฐานทรัพยากร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
งานสำนักปลัดเทศบาล
งานกองคลัง
งานกองช่าง
งานกองการศึกษา
กระบวนการรับเรื่องราวร้องทุกข์/ร้องเรียน
ช่องทางการสื่อสารเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน
สถิติการให้บริการตามภารกิจ
ผลการประเมินประสิทธิภาพ อปท. : LPA
ผลการประเมินความพึงพอใจของประชาชน/ผู้รับบริการ
 
นางสาวกานต์สิรี พลกีรติพงศ์
ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่ นายกเทศมนตรีตำบลน้ำแพร่พัฒนา
   
คุยกับนายกเทศมนตรีตำบลน้ำแพร่พัฒนา
   
ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้
แผนที่เทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนา
   
       
ขณะนี้ 8 คน
สถิติวันนี้ 123 คน
สถิติเดือนนี้ 8834 คน
สถิติปีนี้ 21108 คน
สถิติทั้งหมด 989618 คน
       
ตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2552
 
 
 

 
 



“เด็กไทย” รู้เท่าทัน ป้องกันภัยจากสื่อออนไลน์ <23 ม.ค. 63>

     เสาร์ที่ 2 มกราคมของทุกปี น้องๆ หนู ๆ ต่างตั้งตารอคอย ที่จะไปร่วมสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ เพราะเป็น “วันเด็กแห่งชาติ” ซึ่งปี 2563 ตรงกับวันที่ 11 มกราคม โดยมีคำขวัญว่า “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย”
     หากจะกล่าวถึงสิ่งที่เด็กยุคสมัยนี้ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ คงหนีไม่พ้น “สังคมออนไลน์” บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต บ้างก็เรียกว่า “โซเชียลมีเดีย” อย่างไรก็ตามสื่อดังกล่าวก็เปรียบเสมือนดาบสองคมที่มีทั้งด้านบวกและด้านลบ
     ภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ กำลังเป็นภัยคุกคามเด็กและเยาวชนมากขึ้น “ดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช” กรรมการผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย และอนุกรรมการส่งเสริมการป้องกันคุ้มครองเด็ก และเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ เปิดเผยผลสำรวจเยาวชนผ่านทางออนไลน์อายุ 6-18 ปี จำนวน 15,318 คน ทั้งประเทศ ปี 2562 พบว่า เด็กเกือบทั้งหมดเห็นว่าอินเทอร์เน็ตมีประโยชน์ แต่ในเวลาเดียวกันก็ตระหนักเรื่องภัยอันตรายและความเสี่ยงหลากหลายรูปแบบ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือร้อยละ 86 เชื่อว่าตนเองสามารถให้คำแนะนำช่วยเหลือเพื่อนที่ประสบภัยออนไลน์ได้
     ขณะที่ร้อยละ 54 เชื่อว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับตนเองสามารถจัดการปัญหาได้ และเด็กกว่าร้อยละ 83 ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟน โดยร้อยละ 38 ใช้เพื่อเล่นเกมออนไลน์มากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเป็นเวลามากเกินไป และจะส่งผลต่อสุขภาพจิต
     ขณะเดียวกันผลสำรวจพบว่าเยาวชนจำนวน 1 ใน 4 หรือ 3,892 คน เคยนัดพบกับเพื่อนออนไลน์อย่างน้อย 1 ครั้ง และหลายคนยอมรับว่าถูกเพื่อนที่นัดพบกระทำ โดยเป็นกรณีที่ถูกพูดจาล้อเลียน ดูถูก ทำให้เสียใจกว่า 199 คน หรือร้อยละ 5.1, ถูกหลอกให้เสียเงินหรือเสียทรัพย์สินอื่น ๆ กว่า 80 คน หรือร้อยละ 2.1, ละเมิดทางเพศกว่า 73 คน หรือร้อยละ 1.9
     อย่างไรก็ตามเยาวชนร้อยละ 40.4 ไม่เคยปรึกษาหรือบอกใครเรื่องโดนกลั่นแกล้งทางออนไลน์ หรือถูกคุกคามทางเพศ และพบว่าเด็กผู้หญิงมักถูกกลั่นแกล้งมากกว่าเด็กผู้ชาย
     ทั้งนี้ “ดร.ศรีดา” แนะแนวทางการเลี้ยงลูกยุคดิจิทัลไว้ว่า พ่อแม่ควรให้ความรักและเวลาคุณภาพ รับฟังมากกว่าสั่งสอน ช่วยลูกสร้างทักษะชีวิต ฝึกระเบียบวินัยในการควบคุมตนเองและความรับผิดชอบตั้งแต่ลูกยังเล็ก ลดโอกาสในการเข้าถึงโทรศัพท์มือถืออินเทอร์เน็ตและเกม สอนให้มีทักษะรู้เท่าทันสื่อและความฉลาดทางดิจิทัล และมีทางออกเชิงสร้างสรรค์อื่น ๆ เช่น เพิ่มกิจกรรมดนตรี กีฬา และศิลปะ
     ด้าน “ดร.นพ.ไพโรจน์  เสาน่วม” รักษาการ ผอ.สำนักสร้างเสริมระบบสื่อ และสุขภาวะทางปัญญา (สำนัก 11) สสส. กล่าวเสริมว่า พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถสอนให้ลูกหลาน รู้เท่าทันภัยจากการใช้สื่อออนไลน์ได้ ดังนี้
     1. สอนให้เด็กจัดการตัวตนและชื่อเสียงออนไลน์ รับผิดชอบต่อการกระทำบนโลกออนไลน์
     2. สอนให้ใช้เวลาออนไลน์อย่างพอเหมาะพอดี ไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ การงาน และชีวิตด้านอื่น
     3. สอนให้ยืดหยุ่น เข้มแข็ง รับมือกับการกลั่นแกล้งได้ดี
     4. สอนให้รักษาความปลอดภัย ตั้งรหัสผ่าน ป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ และการโจมตีระบบ
     5. สอนให้รักษาความเป็นส่วนตัว ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์
     6. สอนให้คิดวิเคราะห์ สืบค้น แยกแยะ ไม่เชื่อทุกอย่างที่เห็นหรือรับมา
     7. สอนให้ตระหนักการกระทำบนโลกออนไลน์ ย่อมมีร่องรอยให้ตามสืบตามตัวได้เสมอ
     8. สอนให้เข้าใจให้อภัย เห็นอกเห็นใจคนอื่น บริหารจัดการอารมณ์ตนเองบนโลกออนไลน์
     เด็กเยาวชนอาจเป็นได้ทั้งเหยื่อและเป็นผู้กลั่นแกล้งเสียเอง สิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันได้ คือ การไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเพราะยิ่งเปิดเผยมากยิ่งเป็นความเสี่ยง ซึ่งภัยออนไลน์ต่อเด็กและเยาวชนที่พบได้บ่อย มีดังนี้
     1. ถูกกลั่นแกล้งรังแกออนไลน์
     การที่เด็กถูกล้อเลียน กลั่นแกล้ง แฉ ประจาน ทำให้อับอาย เสียใจ กีดกันออกจากกลุ่มเพื่อน
     2. ถูกติดตามคุกคามออนไลน์
     การที่เด็กถูกติดตามความเคลื่อนไหวบนสื่อโซเชียล เช่น เฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรม ถูกติดต่อสื่อสารที่ทำให้รู้สึกหวาดกลัว ถูกคุกคาม ไม่ปลอดภัย หรือไม่สบายใจ
     3. ถูกล่อลวงให้พูดคุยเรื่องเพศที่ไม่เหมาะสม
     การที่เด็กได้รับการติดต่อพูดคุย รับส่งเนื้อหาเรื่องเพศที่ไม่เหมาะสมโดยที่เด็กอาจไม่มีความสนใจหรือไม่ได้ร้องขอ ไม่ต้องการ
     4. ถูกแบล็กเมลทางเพศ
     การที่เด็กถูกข่มขู่เรียกเงินหรือแสวงหาประโยชน์อย่างอื่น โดยผู้กระทำใช้ภาพหรือวิดีโอทางเพศของเด็ก
     5. ถูกล่อลวงทางเพศ
     การที่เด็กถูกผู้ใหญ่ติดต่อพูดคุยสร้างสัมพันธ์ ให้เกิดความไว้วางใจเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ
     6. เนื้อหาที่ผิดกฎหมาย / อันตราย
     เด็กอาจเข้าถึงสื่อลามกอนาจาร การพนัน สารเสพติด อาวุธความรุนแรง ลิทธิความเชื่อ ค่านิยม พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เด็กอาจเลียนแบบ ครอบครองหรือเผยแพร่เนื้อหาที่ผิดกฎหมาย
     7. เล่นพนันออนไลน์
     การพนันออนไลน์มาในรูปแบบที่เด็กและเยาวชนเข้าถึงง่าย เช่น พนันบอล พนันในเกม สมัครเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสุ่มรับของรางวัล ทำให้เด็กคุ้นชินกับการพนันและการเสี่ยงโชค
     8. เสพติดเกมและอินเทอร์เน็ต
     การที่เด็กหมกมุ่นเล่นวิดีโอเกมมากเกินไปโดยปราศจากการกำกับดูแลของผู้ปกครอง ก่อปัญหาสุขภาพจิต สูญเสียค่าใช้จ่าย หันเหจากเป้าหมายด้านการเรียน และอาจนำไปสู่ปัญหาอื่น ๆ การใช้เวลาออนไลน์มากเกินไปจนกระทบกับหน้าที่การงาน สุขภาพ การเข้าสังคม หงุดหงิดเมื่อไม่ได้ใช้ ล้มเหลวในการลดเวลาออนไลน์ คือเสพติดอินเทอร์เน็ต
     9. ใช้สื่อโดยอายุยังไม่ถึงเกณฑ์
     การที่พ่อแม่ให้เด็กใช้สื่อออนไลน์เร็วเกินไป ขาดการดูแลชี้แนะ อาจทำให้เกิดผลเสีย เช่น เด็กต่ำกว่า 2 ขวบ ซน สมาธิสั้น ก้าวร้าว นอนไม่หลับ พัฒนาการล่าช้า เด็กอายุยังไม่ถึง 13 ขวบ ยังขาดวิจารณญาณในการแยกแยะข่าวสารข้อมูล การเลือกคบเพื่อนออนไลน์ อาจเชื่อข่าวปลอมข้อมูลเท็จ ถูกล่อลวง นัดพบแล้วเกิดอันตราย
     10. เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป
     การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว อาจทำให้เด็กตกอยู่ในอันตราย เช่น ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถูกนำรูปภาพไปตัดต่อให้เสียหาย ถูกนำข้อมูลไปแอบอ้างหรือใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ถูกติดต่อหรือรบกวนจากคนแปลกหน้า เด็กเล็กอาจถูกลักพาตัวหรือถูกนำภาพไปใช้เพื่อการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ
     สื่อโซเชียลมีเดีย เป็นสิ่งที่เด็กรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะใช้ไปเพื่อความบันเทิง การค้นคว้าหาข้อมูลความรู้ต่าง ๆ จากทั่วโลก เด็กรุ่นใหม่บางคนสามารถต่อยอดทำเป็นธุรกิจสร้างรายได้ อย่างไรก็ตามมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากสื่อออนไลน์ ทั้งความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือถูกรังแกจากผู้ไม่หวังดี ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองคงไม่สามารถปกป้องคุ้มครองได้ตลอดเวลา
     ดังนั้น การอบรมสั่งสอนให้เด็กเยาวชนมีความรู้เท่าทัน เลือกใช้สื่อออนไลน์อย่างเข้าใจ ย่อมดีกว่าปิดกั้น ก็จะเป็นการสร้างเกราะป้องกัน ให้พ้นจากภัยโลกออนไลน์ทุกรูปแบบ
     สสส. ขอสนับสนุนให้เด็กเยาวชน คนรุ่นใหม่ รู้จักใช้สื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น เพื่อให้เด็กในวันนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า
     ที่มา : เว็บไซด์สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)




 
 

 

Copyright © 2009-2020 โดย เทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนา - http://www.namphrae.go.th
สำนักงานเทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนา 123 หมู่ที่ 1 ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ 50230 โทร./โทรสาร 053-296600-1
เว็บไซต์ออกแบบและพัฒนาโดย www.click2solutions.com