ประชาสัมพันธ์การยื่นแบบและชำระภาษี ประจำปี 2560 ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ยื่นแบบชำระภาษี ตั้งแต่เดือน มกราคม- สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ภาษีป้าย ยื่นแบบและชำระภาษี เดือนมกราคม - มีนาคม 2560 ภาษีบำรุงท้องที่ ยืนแบบชำระภาษี เดือนมกราคม - เมษายน 2560
 
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเทศบาล
ยุทธศาสตร์การพัฒนา
ฝ่ายบริหาร
สภาเทศบาล
ผู้บริหารเทศบาล
สารจากนายกเทศมนตรี
สารจากประธานสภา
สารจากปลัดเทศบาล
ข้อมูลส่วนงานราชการ
สำนักปลัดเทศบาล
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
ศจค.น้ำแพร่พัฒนา
แผนพัฒนาท้องถิ่น
แผนดำเนินงาน
ผลการปฏิบัติงานประจำปี
งานกิจการสภาฯ
ประกาศ
รายงานการประชุมสภาฯ
เทศบัญญัติเทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนา
การมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบของพนักงานเทศบาล
แผนบริหารความต่อเนื่องในองค์การ
แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
งานภาษี
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
ภาษีป้าย
ภาษีบำรุงท้องที่
รายงานแสดงฐานะการเงิน
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดเอกสารสำนักปลัด
ดาวน์โหลดเอกสารกองคลัง
ดาวน์โหลดเอกสารกองช่าง
ดาวน์โหลดเอกสารกองการศึกษา
แบบประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานส่วนท้องถิ่น
โลโกเทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนา
แหล่งเรียนรู้ตำบลน้ำแพร่
1. ระบบการบริหารจัดการท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม
2. ระบบสุขภาพชุมชน
3. ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
4. ระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
5. ระบบการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
6. ระบบภูมิปัญญาท้องถิ่น
7. ระบบเศรษฐกิจชุมชน
8. ระบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการจัดสวัสดิการสังคมฯ
ร้านอาหารในตำบลน้ำแพร่
งานสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนา
งานการเจ้าหน้าที่
คู่มือประชาชน
นโยบายคุณธรรมจริยธรรมของพนักงานเทศบาลฯ
เจตนารมณ์การป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
ข้อบังคับเทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนาฯ
นโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี
แผนการเสริมสร้างวินัยคุณธรรม-จริยธรรมฯ
 
นายอนุชา รีบเร่ง
นายกเทศมนตรีตำบลน้ำแพร่พัฒนา
   
คุยกับนายกเทศมนตรีตำบลน้ำแพร่พัฒนา
   
ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้
แผนที่เทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนา
   
       
ขณะนี้ 12 คน
สถิติวันนี้ 134 คน
สถิติเดือนนี้ 4830 คน
สถิติปีนี้ 52071 คน
สถิติทั้งหมด 774986 คน
       
ตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2552
 

 
 

ศูนย์การเรียนรู้บ้านกลองสะบัดชัย พ่อครูคำ กาไวย์ <01 ส.ค. 56>>

     นายคำ  กาไวย์ เกิดเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2476 ณ บ้านแพะขวาง หมู่ที่ 3 ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ บิดาชื่อนายอ้าย  กาไวย์ มารดาชื่อนางแก้ว  เรือนมูล มีพี่น้องร่วมบิดามารดาด้วยกัน 5 คน เป็นชาย 2 คน ได้แก่ 1.ตั๋น 2.ผัด และหญิง 3 คน ได้แก่ 1.ปั๋น 2.จั๋น 3.เป็ง  ซึ่งนายคำ  กาไวย์ ได้สมรสกับนางสาวคำ  สวนหมาก ในปีพ.ศ.2497 มีบุตรรวม 4 คน
     นายคำ  กาไวย์ เมื่อจบชั้นประโยคประถมศึกษาแล้ว ไม่ได้เรียนหนังสือต่อ จึงไปรับจ้างทำนาอยู่ที่บ้านบ่อ เป็นเวลา 1 ปี จากนั้นจึงกลับมาเป็นลูกจ้างของญาติ ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่เขยอีก 1 ปี ขณะเป็นหนุ่มได้ออกท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ จนได้พบเห็นการแสดงพื้นเมืองล้านนาตามงานปอย แต่ที่สนใจเป็นพิเศษคือ “การตีกลองสะบัดชัย” จึงได้พยายามที่จะเข้าฝึกหัดกับคณะนั้นๆ แต่ก็ไม่มีโอกาส
     จนกระทั่งเจ้าอาวาสวัดเอรัญทวัน (บุญปั๋น ไม่ทราบฉายา) มีดำหริจะตั้งคณะศรัทธาช่างฟ้อน-ดนตรี ประจำวัดขึ้น เพื่อให้เทียมหน้ากับวัดอื่นๆ จึงปรึกษากับคณะกรรมการวัด เมื่อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ไปว่าจ้างคนบ้านหนองหวาย อำเภอสันป่าตอง มาสอนการตีกลองสะบัดชัยให้กับสามเณร ขะโยมวัด(ศิษย์วัด) และชาวบ้านในคณะศรัทธาวัด โดยเรียกเก็บเงินจากผู้มาเรียนเป็นรายตัว นายคำฯ จึงได้แต่ไปแอบดูและจดจำวิธีการไว้เท่านั้น ไม่อาจจะเข้าร่วมเรียนได้ เพราะไม่มีเงินให้เขานั่นเอง
     ต่อมา คนเหล่านั้นได้แยกย้ายกันไปประกอบอาชีพและลาสึกไปหมด ทำให้คณะศรัทธาฯ ขาดคนตีกลองประจำวัด เมื่อไปร่วมงานปอยที่ใดก็ลำบาก เพราะขาดช่างฟ้อนดนตรีประจำวัด เจ้าอาวาสวัดเอรัญทวันองค์ใหม่ (อุทา  อุตมปัญโญ) จึงแก้ไขปัญหาด้วยการรับสมัครคนที่มีความสามารถมาทำหน้าที่แทน ปรากฏว่ามีคนมาสมัครกันหลายคน จึงต้องมีการคัดเลือก ซึ่งนายคำฯ สามารถผ่านการสอบคัดเลือก และได้กลายเป็นคนตีกลองประจำศรัทธาวัดเอรัญทวัน  เมื่อมีงานปอย งานปีใหม่(สงกรานต์) หรืองานมงคลใดๆ จะต้องเข้าร่วมแสดงด้วยทุกครั้ง ปรากฏว่าเป็นที่น่าพอใจของผู้ชมทั่วไปเป็นอย่างมาก จนกระทั่งผู้ใหญ่บ้านในสมัยนั้น คือ นายอ้วน  ชมพูทีป เห็นว่าพอจะนำไปอวดเพื่อนบ้านต่างตำบลได้ พอดีตรงกับวันปีใหม่(สงกรานต์) จึงพาคณะศรัทธาวัดเอรัญทวันไปรดน้ำดำหัวนายอำเภอหางดงในสมัยนั้น คือ นายชาญชัย  พุ่มพฤกษ์ ต่อมานายคำนวณ  ธรรมโรจน์ นายอำเภอคนใหม่ย้ายมาและเห็นว่าการแสดงชุดนี้น่าชม จึงนำขบวนไปรดน้ำดำหัวผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่าเป็นที่พอใจกันทั่วหน้า เป็นเหตุให้ถูกจังหวัดเชียงใหม่เรียกไปแสดงในงานรับแขกบ้านแขกเมืองหลายครั้ง
      ปี พ.ศ. 2504 นายชาญ  สิโรรส ได้จัดการฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมล้านนา ด้านฟ้อนรำ ดนตรี ขึ้น และจัดให้มีการประกวดศิลปพื้นเมืองแบบต่างๆ ณ พุทธสถานกลางเมืองเชียงใหม่ นายคำฯ และคณะศรัทธาวัดเอรัญทวันได้สมัครเข้าร่วมประกวดด้วย ปรากฏว่า การตีกลองสะบัดชัยของนายคำฯ ได้รับรางวัลที่ 1 จากนั้นได้พยายามศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมทางด้านอื่นมาประกอบ และพุ่งความสนใจไปที่การแสดง “ฟ้อนดาบ” เพราะเห็นเขาฟ้อนในงานบวชลูกแก้ว(บวชเณร) มาตั้งแต่เด็ก และมีความประทับใจในการแสดงชุดนี้มาก จึงไปเข้าฝึกกับผู้รู้ในละแวกใกล้เคียง ครั้นศึกษาไปนานเข้าได้มีคนมาแนะนำว่าจะให้ดีต้องไปศึกษากับพวกไทยใหญ่ เพราะท่าทางและชั้นเชิงของไทยใหญ่จะดีกว่า อีกทั้งยังลึกซึ้งกว่าของเชียงใหม่ โดยเฉพาะดาบของแสนหวี ในที่สุดได้ไปสมัครตัวเป็นศิษย์ครูดาบของชาวไทยใหญ่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งๆที่ไม่มีเงินเป็นค่าสมนาคุณครู ต้องเอาแรงงานเข้าแลก โดยได้ฝึกหัดอยู่เดือนเศษ ในระหว่างที่อาศัยอยู่กับชาวไทยใหญ่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มีโอกาสชมการแสดงชนิดหนึ่งของชาวไทยใหญ่เรียกว่า “มองเซิง” เป็นการแสดงที่สนุกสนาน ครื้นเครงพอสมควร จึงได้จดจำวิธีการแสดงไว้อีก
     ครั้นกลับมาถึงบ้านหางดง ได้เล่าให้เจ้าอาวาสวัดเอรัญทวันฟัง และขอร้องให้หาเครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงทั้งฟ้อนดาบและมองเซิง เป็นเหตุให้คณะศรัทธาวัดเอรัญทวันมีการแสดงมากมายหลายชุด เช่น กลองสะบัดชัย ฟ้อนดาบ มองเซิง และ ฟ้อนเมือง เลื่องลือไปจนมีคนมาจองตัวไปแสดงในงานต่างๆมากมาย และมีการแสดงครั้งหนึ่งที่นายคำ  กาไวย์ มีความภาคภูมิใจมากที่สุด คือ การแสดงหน้าพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อคราวต้อนรับพระราชอาคันตุกะกษัตราธิราชแห่งกรุงเดนมาร์กที่น้ำตกมาสา
     นายคำ  กาไวย์ ได้เดินทางไปแสดงความสามารถทางด้านการตีกลอง และฟ้อนรำพื้นบ้านล้านนา 3 ครั้ง คือ
          ครั้งที่ 1 ประเทศอิตาลี                        เมื่อปี พ.ศ. 2508
          ครั้งที่ 2 ประเทศญี่ปุ่น                        เมื่อปี พ.ศ. 2532
          ครั้งที่ 3 ประเทศมาเลเซีย                  เมื่อปี พ.ศ. 2533

     ปี พ.ศ. 2535 จากชีวประวัติและผลงานของนายคำ  กาไวย์ ที่ปรากฏเห็นอย่างเด่นชัด คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้นายคำ  กาไวย์ เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน-ช่างฟ้อน) เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2535    

     นอกจากนั้นยังได้รับเชิญจากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไปบรรยายเป็นอาจารย์พิเศษ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งยังเป็นอาจารย์พิเศษสอนในวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ กรมศิลปากร โดยมีหน้าที่สอนวิชาศิลปะพื้นเมืองล้านนา ได้แก่ การฟ้อนดาบ การตีกลองสะบัดชัย การตีกลองปู่เจ่(กลองก้นยาว) และมองเซิง และนายคำ  กาไวย์ ยังมีความคิดสร้างสรรค์ ในการประดิษฐ์กระบวนฟ้อนรำแบบล้านนาหลายชุด ได้แก่ ฟ้อนสาวไหมชาย-หญิง ฟ้อนเครื่องเขิน ฟ้อนวี ฟ้อนดาบ ตามคำพรรณนาในมหาชาติฉบับสร้อยสังกรณ์ฯ และยังได้เปิดพื้นที่ซึ่งเป็นบ้านพักของตนเองให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรมล้านนา การตีกลองสะบัดชัย ฟ้อนดาบ ในการเป็นสถานที่เรียนรู้ให้แก่นักเรียน-นักศึกษา รวมทั้งประชาชนผู้ที่สนใจทั่วไป ในชื่อของศูนย์การเรียนรู้บ้านกลองสะบัดชัย พ่อครูคำ  กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ ปี2535



 
     

Copyright © 2009-2017 โดย เทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนา - http://www.namphrae.go.th
สำนักงานเทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนา 123 หมู่ที่ 1 ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ 50230 โทร./โทรสาร 053-296600-1
เว็บไซต์ออกแบบและพัฒนาโดย www.click2solutions.com